
วันที่ 16 กันยายน 2569 ดร.สิงห์เพชร สุทธิ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร มอบหมายให้นางนันทนา มั่นสัตย์รักสกุล ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ เข้าร่วมการประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในนการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โดยนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พันเอก สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร (ฝ่ายทหาร) หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ และผู้แทนนายอำเภอทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (VCS) ณ ห้องปฏิบัติการจังหวัด (POC) ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นภารกิจสำคัญระดับประเทศ จึงเน้นย้ำหลักการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญเพื่อเป็นการร่วมกันน้อมสำนึกและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 3 ประการ ได้แก่ 1. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ ได้จัดให้มีการประชุมซักซ้อมการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับพี่น้องประชาชนในระดับพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2. ตรวจสอบความพร้อมการจัดพิธีในด้านต่างๆ ทั้งด้านสถานที่ที่ต้องสามารถรองรับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมพิธีได้อย่างเพียงพอ การจัดเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ร่วมพิธีอย่างทั่วถึง การจัดระบบความปลอดภัยทุกมิติ และการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางสัญจรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และ 3. ประชาสัมพันธ์การจัดพิธีต่างๆ ในทุกช่องทางการประชาสัมพันธ์สื่อสาร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบวัน เวลา สถานที่ และการเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมพิธี รวมทั้งการร่วมกันบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เพื่อจดจารจารึกเป็นจดหมายเหตุของพื้นที่จังหวัดและประเทศไทย










